แตกตื่นวัตถุประหลาดจากท้องฟ้า

แตกตื่นวัตถุประหลาดจากท้องฟ้า
ลำแสงคล้ายอุกาบาตรมองเห็นได้หลายจังหวัดชี้เป็นซากดาวเทียมร่วง
ประชาชนชาวไทยแตกตื่นวัตถุลึกลับตกจากฟากฟ้าตอนเช้ามืด ลักษณะเป็นลำสีขาวมีควันพุ่งคล้ายเครื่องบิน มองเห็นชัดเจนและยาวนาน หลายจังหวัดเห็นพร้อมกัน รวมทั้งประชาชนในลาวก็มองเห็นในเวลาไล่เลี่ยกัน ต่างรีบคว้ามือถือถ่ายเหตุการณ์ พร้อมส่งต่อกันผ่านโซเชียลมีเดียคึกคัก ก่อนจะตกลงสู่พื้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหวได้ยินไปไกลหลายกิโลเมตร ด้านผอ.สถาบันวิจัยดาราศาสตร์ฯชี้น่าจะเป็นชิ้นส่วนขยะอวกาศที่ลอยอยู่นอกบรรยากาศของโลก และมีขนาดใหญ่ ไม่ใช่อุกกาบาต ขณะที่“ดร.ศรัณย์โปษยะจินดา”เชื่อเป็นชิ้นส่วนจรวดSL-23 ที่ดีดตัวออกมาในขณะที่ส่งดาวเทียม Eletro-L2 ของรัสเซีย ช่วงเคลื่อนที่ผ่านเหนือฟ้า
หลังจากเคยเกิดเหตุการณ์อุกกาบาตลูกใหญ่ ตกเข้ามาในประเทศไทยเมื่อช่วงปลายปี 2557 ที่ผ่านมา ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวนักดาราศาสตร์ออกมาระบุว่า เป็นลูกอุกกาบาตที่เกิดจากการแตกตัวของดาวดวงหนึ่ง ในระบบสุริยจักรวาลและร่วงลงมายังโลก แต่ถูกแรงเสียดสีของชั้นบรรยากาศจนกลายเป็นลูกไฟขนาดใหญ่ ทำให้ประชาชนสามารถมองเห็นได้ ล่าสุดเช้าตรู่ช่วงเทศกาลปีใหม่ มีวัตถุคล้ายดาวตกร่วงหล่นจากบนท้องฟ้าเป็นแสงเส้นยาว ซึ่งชาวบ้านและนักท่องเที่ยวในจังหวัดต่างๆ สามารถถ่ายภาพไว้ได้
เมื่อเวลา 06.00 น.วันที่ 2 ม.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเช้าตรู่บนท้องฟ้าเหนือพื้นที่ จ.ลำปาง ได้เกิดมีลำแสงประหลาด มีลักษณะเป็นสีขาวกลมๆ พุ่งผ่านท้องฟ้าด้วยความเร็วเป็นเส้นแนวยาว ทำให้ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวตามที่ต่างๆ เกิดความตื่นเต้นที่มองเห็นเส้นแสงประหลาด พร้อมบันทึกภาพเก็บไว้ปรากฏการณ์ดังกล่าว โดยหลายคนต่างสงสัยและสันนิษฐานถึงปรากฏการณ์ดังกล่าวว่า อาจจะเป็นวัตถุจากนอกโลกที่ล่วงตกลงมา และเสียดสีกับชั้นบรรยากาศ หรือบางคนเชื่อว่าเป็นเมฆที่ถูกเครื่องบินไอพ่นบินผ่านด้วยความเร็วฝ่ากลุ่มเมฆ จึงทำให้เกิดปรากฏการณ์ดังกล่าวขึ้น
ต่อมานายทิวา พันธ์ไม้สี ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาลำปาง กล่าวเปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวจะต้องตรวจสอบให้แน่ชัดว่า ลำแสงดังกล่าวเป็นสิ่งใด โดยในพื้นที่ จ.ลำปาง ตลอดปีที่ผ่านมานั้น ก็เกิดเส้นลากยาวในลักษณะดังกล่าวขึ้นบ่อยครั้ง แต่เกิดขึ้นในช่วงกลางวัน จึงทำให้ประชาชนพบเห็นเป็นเรื่องปกติ เพราะเกิดขึ้นจากเครื่องบินไอพ่นที่บินด้วยความเร็วเหนือเสียง และบินฝ่ากลุ่มเมฆบนท้องฟ้า โดยความร้อนของเครื่องพ่นจึงทำให้เกิดเป็นเมฆเส้นลากยาวขึ้น
“ส่วนกรณีที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ เกิดขึ้นในช่วงเช้าอาจจะสันนิษฐานได้ว่า อาจจะเกิดจากเครื่องบินไอพ่น และเกิดขึ้นในช่วงเช้าตรู่ขณะพระอาทิตย์กำลังจะขึ้นมา จึงทำให้แสงของพระอาทิตย์กระทบกับเมฆที่เป็นเส้น ในช่วงที่ท้องฟ้ายังไม่สว่างมากพอ หรืออาจเกิดจากอุตกาบาทที่ตกลงมาก็เป็นได้ ซึ่งจะต้องรอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการตรวจสอบ และสรุปผลการเกิดเหตุการณ์ครั้งนี้ ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเกิดขึ้นจากสิ่งใดกันแน่” นายทิวา กล่าว
ขณะเดียวกันที่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า อ.นครไทย จ.พิษณุโลก มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่ขึ้นไปสัมผัสอากาศหนาวเย็นที่อุทยาน ได้มองขึ้นบนท้องฟ้าเห็นวัตถุคล้ายดาวตก ร่วงหล่นจากบนท้องฟ้าเป็นแสงเส้นยาว แบบไม่เร็วมากนัก ซึ่งทำให้สามารถถ่ายภาพไว้ได้ โดยวิถีตกจากใต้ขึ้นเหนือ มองเห็นนานประมาณ 30 วินาที สร้างความตื่นตาตื่นใจแก่นักท่องเที่ยวจำนวนมาก
ขณะเดียวกันในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ทั้งเชียงใหม่ แพร่ น่าน ลำปาง พะเยา ตาก นครสวรรค์ กาญจนบุรี ชัยนาท พระนครศรีอยุธยา ศรีสะเกษ เลย หนองคาย มหาสารคาม ฯลฯ สามารถมองเห็นแสงพาดผ่านท้องฟ้าคล้ายดาวตกเช่นกัน ซึ่งมีหลายคนที่นำโทรศัพท์มือถือถ่ายภาพเก็บไว้กันจำนวนมาก หลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องก็ได้ตรวจสอบว่า แสงสีขาวเส้นยาวที่ตกจากฟ้าเป็นวัตถุอะไรแน่
ต่อมาเมื่อเวลา 09.50 น. ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.เลย ว่า มีชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณชายแดนไทย-ลาว ด้าน อ.นาแห้ว จ.เลย เห็นแสงบนท้องฟ้าพุ่งเป็นทางยาวจากบนท้องฟ้า ลงสู่ภูเขาทางทิศตะวันตกของบ้านบ่อแตน แขวงไซยะบุรี สปป.ลาว ตรงข้าม ต.เหล่ากอหก อ.นาแห้ว จากนั้นมีเสียงดังสนั่นกึกก้องได้ยินพร้อมกันทั้งฝั่งลาวและฝั่งไทย ในพื้นที่ติดชายแดนของ จ.เลย จ.อุตรดิตถ์ และ จ.น่าน ซึ่งชาวบ้านต่างโจษขานว่า วัตถุดังกล่าวมีไฟติด ไม่น่าจะใช่เครื่องบินหรืออากาศยานที่ตกกระแทกพื้น
ขณะที่ชาวลาวยืนยันว่า มีลูกไฟขนาดใหญ่ตกลงในพื้นที่บ้านบ่อแตนทางทิศตะวันตก แขวงไซยะบุรี สปป.ลาว ตรงข้ามบ้านเหล่ากอหก อ.นาแห้ว จ.เลย ได้ยินเสียงดังไปไกลในรัศมีกว่า 30 กม.จากนั้นนายอำเภอนาแห้ว ได้นำกำลัง อส. กำนัน ผู้ใหญ่ เข้าตรวจสอบอย่างเร่งด่วน พร้อมประสานไปยังเจ้าเมืองบ่อแตน เพื่อให้ตรวจสอบลูกไฟขนาดใหญ่มีหางเป็นเส้นตรง ตกมาจากท้องฟ้าลงในพื้นที่บ้านบ่อแตนทางทิศตะวันตกด้วย
ต่อมา รศ.บุญรักษา สุนทรธรรม ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ เปิดเผยว่า เส้นสีขาวดังกล่าวคาดว่าจะเป็นชิ้นส่วนขยะอวกาศ ที่ลอยอยู่นอกบรรยากาศของโลก โดยชิ้นที่ตกลงมาน่าจะมีขนาดใหญ่พอสมควร เนื่องจากสังเกตเห็นได้ว่ามีการระเบิดบนท้องฟ้าและเคลื่อนที่ต่อไป โดยตกเป็นแนวทแยง คาดว่ามีความเร็วประมาณ 10 กม.ต่อวินาที โดยจากการสังเกตพบว่าขณะที่พุ่งตกลงมานั้นอยู่ในชั้นอากาศที่สูง ทำให้คาดว่าชิ้นส่วนวัตถุดังกล่าวจะไม่ตกอยู่ในพื้นที่ประเทศไทย สำหรับขยะอวกาศนั้นตามพื้นที่นอกชั้นบรรยากาศของโลกมีลอยอยู่ทั่วไป อาจจะเป็นเศษวัสดุดาวเทียม หรืออุปกรณ์ต่างๆ ที่นำขึ้นไปในชั้นบรรยากาศและไม่สามารถทำลายได้ จึงปล่อยให้ลอยอยู่ในชั้นบรรยากาศ โดยขยะอวกาศนี้จะสามารถตกลงมาได้ทุกเมื่อ หากมีขนาดที่ใหญ่ก็จะตกลงมายังโลกในลักษณะดังกล่าว
ด้าน ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ เปิดเผยว่า กรณีในช่วงเช้าประชาชนสังเกตเห็นลำแสงสีขาว พาดผ่านท้องฟ้าในหลายพื้นที่ของประเทศไทย มีลักษณะเป็นลำฝุ่นสีขาวหางยาวๆ เคลื่อนที่อย่างช้าๆ มีประชาชนสามารถบันทึกภาพได้ ทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว ส่งต่อกันผ่านโซเชียลมีเดียต่างๆ อย่างแพร่หลาย จากการวิเคราะห์ในเบื้องต้นคาดว่าไม่ใช่ดาวตก เนื่องจากเคลื่อนที่อย่างช้าๆ และไม่ใช่เครื่องบิน เนื่องจากสามารถเห็นได้ในบริเวณกว้างมากๆ แสดงว่าอยู่สูงจากพื้นโลกค่อนข้างมาก จึงมีความเป็นไปได้มากที่จะเป็นขยะอวกาศจากชิ้นส่วนจรวด SL-23 ที่ดีดตัวออกมา ในขณะที่ส่งดาวเทียม Eletro-L2 ของประเทศรัสเซีย เคลื่อนที่ผ่านเหนือฟ้าประเทศไทย และคาดว่าจะตกลงในมหาสมุทรแปซิฟิก เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ใช่เรื่องผิดปกติแต่อย่างใด แต่เป็นเหตุการณ์ที่สามารถอธิบายได้ด้วยเหตุและผลทางวิทยาศาสตร์ เนื่องจากในอวกาศมีเศษวัตถุหลายประเภทโคจรอยู่เป็นจำนวนนับล้านชิ้น จึงมีโอกาสเข้ามาในบรรยากาศโลกอยู่เสมอ
แตกตื่นวัตถุประหลาดจากท้องฟ้า
Reviewed by Darastation
on
มกราคม 03, 2559
Rating:

ไม่มีความคิดเห็น